น้ำมันพราย ยาเสน่ห์จากศพที่ต้องระวัง!!

น้ำมันพราย ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของคุณไสยสายดำที่มีทั้งความเข้มขลัง และ ความน่ากลัวแบบสุดๆ ซึ่งน้ำมันพรายนั้นได้มาจากการใช้เทียนลนศพของหญิงที่ตายทั้งกลม คือ หญิงที่ตั้งครรภ์แล้วเสียชีวิตขนาดที่ลูกยังอยู่ในท้อง ซึ่งผู้ที่สามารถทำน้ำมันพรายได้ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ที่แก่กล้าเป็นอย่างมาก เพราะในการทำน้ำมันพรายในแต่ละครั้งนั้นจะต้องเผชิญกับความน่าเกลียดน่ากลัวพร้อมกับความน่าสยดสยองแบบสุดๆ หากไม่มีวิชาอาคมที่เก่งกล้า และ มีจิตใจที่มั่นคงก็อาจจะทำให้เสียสติ และ กลายเป็นคนวิกลจริตฟั่นเฟืองหรือถึงแก่ความตายได้เช่นกัน

น้ำมันพราย น่ากลัวกว่าที่คุณคิด

น้ำมันพรายถือได้ว่าเป็นคุณไสยทางมนต์ดำที่มีฤทธิ์ในทางชั่วร้าย และ ยังมีอาถรรพ์ที่เข้มขลังเป็นอย่างมาก หากเอาน้ำมันพรายไปแตะหรือสัมผัสถูกเนื้อหญิงใดแล้วละก็จะทำให้หญิงคนนั้นเกิดความลุ่มหลงรักใคร่ในชายผู้เป็นเจ้าของน้ำมันพรายอย่างไร้สติ โดยไม่มีเหตุผล ซึ่งจะมีอาการเพ้อคลั่ง หลุ่มหลงประหนึ่งเหมือนเป็นคนบ้า ต้องซมซานไปหาเจ้าของน้ำมันพรายเพื่อให้เขาเฉยชมไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือเวลากลางคืนก็ตาม

น้ำมันพรายมีการกล่าวไว้อย่างแพร่หลาย และ มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำมันพรายเป็นคนใสอีกอย่างหนึ่งของวิชาไสยศาสตร์สายล่าง ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์ และ ฤทธิ์เดชขั้นสูงสุด เนื่องจากผูกพันกับจิตวิญญาณของผู้ถือปีศาจ ซึ่งผู้ที่จะทำน้ำมันพรายได้ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ในระดับแก่กล้าเท่านั้นจึงจะได้น้ำมันพรายมาไว้ครอบครอง

การใช้น้ำมันพรายก็มีข้อควรระวังเช่นกัน คือ ต้องระวังของเข้าตัว ซึ่งปกติแล้วเมื่อนำน้ำมันพรายไปป้ายใครคนๆนั้นก็จะคลั่งรักเป็นอย่างมาก แต่หากอีกฝ่ายมีของดีมีเบี้ยแก้ ของป้องกันภัย หรือ ดวงเขาแข็งกว่า ก็จะทำให้ของเข้าตัวคนที่นำไปป้ายได้แล้วกลับกลายเป็นคลั่งไปหาเขาแทน

การทำน้ำมันพรายในสมัยโบราญ

การทำน้ำมันพรายตามความเชื่อของชาวไทยจะไม่นิยมนำศพที่ตายโหงไปเผา แต่จะนำไปฝังที่ป่าช้าแทน เมื่อหมอผีรู้รายละเอียดของศพดีแล้วก็จะเตรียมสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบพิธีไปเอาน้ำมันพราย โดยจะรอถึงคืนที่ 3 หลังจากทำการฝังศพ ก็จะเตรียมการแล้วเดินทางไปยังป่าช้าแห่งนั้นอย่างเงียบๆในเวลาตอนดึกสงัด เมื่อเข้าไปถึงเขตป่าช้าแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ทำการขออนุญาตนายป่าช้าก่อน ซึ่งนายป่าช้านี้เรียกว่า ยายกะลาตากะลี

โดยการขออนุญาตนายป่าช้าก็จะใช่กระทงสามเหลี่ยมซึ่งทำด้วยกาบกล้วย โดยเครื่องเซ่นจะมีข้าวสวย 3 ปั้น ไข่ต้ม 3 ลูก ปลา 3 หัว ปลา 3 หาง บุหรี่ 3 มวล เหล้าขาว 1 ขวด หลังจากนั้นให้ทำการจุดธูป 1 ดอกแล้วบริกรรมคาถาเรียกวิญญาณในป่าช้ามารับเครื่องเซ่นสังเวยแล้วทำการขออนุญาตนายประชาว่าจะมาลุ้นเอาน้ำมันพรายจากศพที่ตายท้องกลม ที่ชื่อ.. โดยต้องระบุชื่อให้ชัดเจน ซึ่งหากนายป่าช้าอนุญาตก็ขอให้ธุปดับในทันที แต่หากไม่อนุญาตก็ขอให้ธูปตามต่อไปจนหมดดอก หลังจากนั้นให้ทำการอธิษฐานบอกกล่าวแล้วหมอผีก็จะทำการสังเกตดูธูปที่จุดไว้ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหากธูปที่ส่องแสงเรืองนั้นดับลงสนิทในเวลาไม่กี่อิดใจก็หมายความว่านายป่าช้าไม่ขัดข้อง

เมื่อเป็นเช่นนั้นการบนน้ำมันพรายโทษถือว่าแลกได้ผ่านไปด้วยดีแต่หากนายป่าช้าไม่รู้ว่าหมอผีก็จำเป็นต้องล้มเลิกการเอาน้ำมันพรายแต่เพียงเท่านี้หากคืนยังดื้อดึงเจริญเอาน้ำมันปลาให้ได้นายป่าช้าก็จะเป็นผีทั้งป่าช้ามาทำร้ายจนถึงขั้นตายได้เช่นกัน แม้จะมีวิชาอาคมที่เก่งกล้าขนาดไหนก็ไม่สามารถต้านทานวิญญาณเหล่านั้นได้

ขั้นตอนแรกให้พากันไปยังบริเวณหลุมศพของหญิงตายทั้งกลม โดยจะมีวิธีการสังเกตได้ง่ายๆ เพราะเหนือมูลดินหลุมศพจะมีหนามพุทราวางไว้ตลอดทั้งหลุม ซึ่งหนามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ใช่ป้องกันสุนัขหรือสัตว์อื่นมาคุ้ยหลุมศพ แต่เป็นการกระทำของสัปเหร่อที่มีอาคมโดยทำการวางน้ำพุทราไว้เพื่อสะกดไม่ให้วิญญาณผีตายทั้งกลมออกมาอาละวาด

หมอผีจะสั่งให้ผู้ติดตามเอาหนมพุทราออกให้หมด ซึ่งในระหว่างการรื้อหนามพุทราออกก็จะต้องบริกรรมกาสาทรหรือคล้ายมนต์สะกดไปด้วย เมื่อหนามพุทราถูกนำออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้วหมอผีก็จะนำหินมาสะกด 3 ก้อน โดยมาเรียงไว้ด้านบนศีรษะของผีตายทั้งกลม ถ้าได้หิน 3 ก้อนแล้วหมอผีจะต้องใช้อาคมตรวจดูว่าหินก้อนใดที่สัปเหร่อลงอาคมสะกดไว้ หลังจากนั้นเมื่องัดฝาโลงให้ตะปูถอนเขยื้อนขึ้นมาหมดทุกตัว แต่ยังไม่เปิดฝาโลงออก หมอผีก็จะสั่งให้ผู้ที่ติดตามถอยออกอยู่ห่างๆ เพราะนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ซึ่งผู้เปิดฝาโลงก็ คือ หมอผี นั่นเอง ทันทีที่ฝาโลงถูกเปิดออกกลิ่นเน่าเหม็นของซากอสุภะ ที่กำลังขึ้นอืด เพราะไม่ได้ทำการฉีดยารักษาศพ ก็จะกระจายตลบไปทั่วอาณาบริเวณ โดยในเสี้ยวเวลาที่ฝาโลงถูกพลิกเปิดถือกันว่าเป็นห้วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับหมอผีเลยก็ว่าได้ เพราะผีตายทั้งกลมที่วิญญาณแรงกล้าจะแผลงฤทธิ์ในจังหวะนี้ เนื่องจากมนต์ที่สะกดไว้ได้ถูกถอนออกจนหมด

หลังจากนี้หมอผีก็จะทำการตัดด้ายตราสังที่มัดข้อมือออก แล้วบอกกล่าวให้ผีรู้ว่าจะมาขอเอาน้ำมันพราย จะให้หรือไม่ ถ้าให้จะให้ตรงไหน ถ้าผียินยอม ผีก็จะบอกไปว่าบริเวณใดที่จะให้ใช้ไฟรนได้ โดยเทียนที่จะใช้รนเอาน้ำมันพรายนั้นจะต้องทำจากขี้ผึ้งแท้ ยาวเท่า 1 ศอกของหมอผี ไส้เทียนใช้ด้าย 80 เส้นมาฝั่น ในระหว่างฝั่นก็ต้องบริกรรมคาถาสะกดวิญญาณไปด้วย และ จะต้องบริกรรมไม่ให้ขาดตอนจนกว่าการทำเทียนจะสิ้นสุด เมื่อใช้เทียนรนจนน้ำเหลืองหรือน้ำมันละลายหยด ให้ใช้ชามโคมหรือถ้วยกระเบื้องไปรองรับ ซึ่งจะได้น้ำมันจากศพอย่างมากก็ไม่เกิน 10 หยด และ เมื่อได้น้ำมันมาแล้วก็ให้ทำการเทรวมกับน้ำมันซึ่งเตรียมใส่ขวดปากกว้าง น้ำมันที่เตรียมมาจะเป็นน้ำมันที่ได้มาโดยการผสมผสานกันระหว่างน้ำมันมะพร้าวที่ได้ทำการเคี่ยวจากมะพร้าวล้างหน้าศพ 7 ศพ และ ขี้ผึ้งปิดปากผีอีก 7 ศพ หลังจากรนเอาน้ำมันพรายเสร็จแล้วก็ให้ทำการมัดด้ายตราสังที่ข้อมือของศพไว้ดังเดิม การได้น้ำมันพรายจากผีตายทั้งกลมนั้นยังไม่สามารถนำไปใช่ได้ทันที จะต้องนำมาทำพิธีหุงต่อไปอีกจึงจะใช้ได้